ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงอีกหนึ่งประเภทของการเรียนต่อป.โท ที่ UK กัน นั่นก็คือประเภทปริญญาโทตามหัวข้อเฉพาะทางกัน โดยจะมีตัวย่อของหลักสูตรหลักๆคือ MBA, MLS, MPA, LLM, MA รวมถึง MPH, MSW, MFA, MM หรือ MMus, MEd และ MArch นั่นเอง
Master of Business Administration (MBA)หลักสูตร MBA นี้ได้ถูกออกแบบเพื่อให้นักศึกษามีทักษะและความรู้สำหรับประกอบอาชีพทางการจัดการและธุรกิจ โดยนักศึกษาจะได้รับการสอนในทุกด้านของธุรกิจ ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานในหลากหลายอาชีพ นักศึกษาที่มาเรียนส่วนใหญ่ก็อยู่ในวัยทำงาน ซึ่งบางครั้งอาจกำหนดให้ผู้สมัครเรียนต้องมีประสบการณ์ทำงาน 3 ปีขึ้นไป และนอกจากนี้เรายังสามารถที่จะเลือกเรียน MBA ไปพร้อมกับวิชาเฉพาะทางอื่น ๆ เช่น การบัญชี และการเงิน เช่น Master of Professional Accountancy (MPAcc) และ Master of Science in Information Systems (MSIS).
Master of Public Administration (MPA) สำหรับ MPA หลักสูตรนี้จะมีเนื้อหาวิชาที่คล้ายกับ MBA แต่จะต่างกันที่ MPA จะศึกษาในส่วนของสาธารณะมากกว่าในส่วนของบุคคล โดยจะสามารถเลือกเรียนในหัวข้อต่าง ๆ เช่น การบริหารระหว่างประเทศ และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเป้าหมายในการทำงานราชการ เอกชน องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งการเรียนการสอนจะเน้นไปที่การวิเคราะห์นโยบายด้านการบริหารอีกด้วย เช่น หลักสูตรที่เกี่ยวข้องคือ Master of Public Policy (MPP), Master of Public Affairs (MPA) Master of Urban Planning (MUP) และ Master of International Affairs (MIA)
Master of Public Health (MPH) หลักสูตรนี้จะเน้นการศึกษาทั้งในส่วนทฤษฎีและวิชาชีพเพื่อให้สอดคล้องกับงานสาธารณสุข นักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการวินิจฉัย และการควบคุมงานสาธารณสุขของชุมชนผ่านนโยบายสาธารณะ รวมถึงยังมีการศึกษาในเฉพาะทางต่างๆ เช่น ระบาดวิทยา สาธารณสุขโลก และวิทยาศาสตร์อาหาร นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่สำคัญก็คือในขณะที่หลายประเทศยอมรับเฉพาะนักศึกษาแพทย์ แต่บางประเทศก็มีการยอมรับนักศึกษา MPH ให้ดูแลงานในส่วนที่กล่าวมาเช่นกัน ดังนั้นหลักสูตรนี้จึงเป็นอีกหนึ่งหลักสูตรที่น่าสนใจไม่แพ้กับหลักสูตรแพทยศาสตร์เลย
Master of Social Work (MSW) เป็นหลักสูตนที่จะเน้นให้ในเรื่องความพร้อมสำหรับงานสังคมสงเคราะห์ รวมถึงด้านการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของบุคคล และสังคม อีกทั้ง MSW ยังแบ่งออกเป็น clinical degree เพื่อที่จะสอนให้ลงมือทำงานโดยตรงกับ macro-practice degree ที่จะศึกษาเกี่ยวกับการทำงานด้านการจัดการชุมชน และงานสนับสนุนทางการเมืองนั่นเอง
Master of Laws (LLM)หลักสูตร LLM นี้ถือเป็นอีกหนึ่งหลักสูตรยอดนิยมกันเลยทีเดียว ซึ่งหลายคนมักจะเรียนต่อเนื่องมาจากปริญญาตรีทางด้านกฎหมาย โดยจะเปิดโอกาสให้นักศึกษารวบรวมความรู้ และทักษะพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อใช้ประกอบอาชีพด้านทนายความเพื่อให้มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านนั่นเอง
Master of Arts in Liberal Studies (MA, MALS, MLA/ALM, MLS) เป็นหลักสูตรที่ผสมความรู้หลายด้านของศิลปศาสตร์ โดยจะเรียนรู้ทั้งแบบเจาะลึกและแบบกว้าง โดยทั่วไปนักศึกษาจะเลือกหลักสูตรนี้เพื่อความชอบส่วนตัว และค้นหาไอเดีย มากกว่าเรียนไปเพื่อประกอบอาชีพนั่นเอง
Master of Fine Arts (MFA) ถือเป็นอีกหนึ่งหลักสูตรที่อาศัยความคิดสร้างสรรค์ โดยสามารถเลือกเรียนได้ทั้งด้านทัศนศิลป์ ศิลปะการแสดง งานเขียนเชิงสร้างสรรค์ และการถ่ายทำต่าง ๆ นอกจากนี้ยังรวมถึงด้าน graphic design อีกด้วย ซึ่งการเรียนและการประเมินจะเป็นแบบปฏิบัติทั้งหมดนั่นเอง
Master of Music (MM/MMus) หลักสูตรนี้จะเกี่ยวข้องกับด้านดนตรีโดยเฉพาะซึ่ง MM จะมีการเรียนการสอนที่ผสมผสานระหว่างเนื้อหาที่คุณได้เป็นคนเลือกเองเช่น music performance องค์ประกอบของดนตรี หรือการประพันธ์ กับทฤษฎีดนตรีขั้นสูง ซึ่งผู้ที่จบหลักสูตรนี้อาจจะเลือกประกอบอาชีพในด้านดนตรีนั่นเอง
Master of Education (MEd, MSEd, MIT, MAEd, MAT) เป็นหลักสูตรสำหรับคนที่อยากประกอบอาชีพในด้านการศึกษา โดยจะแบ่งออกเป็นหลายสาขา เช่น การจัดหลักสูตร การแนะแนว การสอน การศึกษาพิเศษ และการบริหารจัดการ MIT และ MAT ซึ่งจะมีทั้งการเรียนทั้งในห้องเรียน และการฝึกสอนแบบของจริงเพื่อให้ผ่านการประเมินต่าง ๆ
Master of Engineering (MEng) หลักสูตร MEng เป็นทั้งหลักสูตรปริญญาโทด้านวิศกรรมศาสตร์ที่เน้นทั้งด้านภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ซึ่งบางหลักสูตรคุณอาจจะต้องเข้ารับการฝึกงานกับโรงงานอุตสาหกรรมจริงๆด้วย