ค่าเทอมเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 9,250 ปอนด์ หรือประมาณ 402,415 บาท มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1839 มีวิทยาเขต 5 แห่ง ในเมืองที่สวยงาม และเป็นเมืองประวัติศาสตร์ ปัจจุบันมีนักศึกษาประมาณ 19,800 คน โดย University of Chester เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรี จำนวน 120 หลักสูตร และระดับสูงกว่าปริญญาตรีอีก 80 หลักสูตร โดยมีวิทยาเขตหลายแห่ง ซึ่งได้แก่ Parkgate, Kingsway, Queen’s Park, Riverside, Thornton, University Centre Shrewsbury, University Centre Reaseheath และ Warrington อีกทั้งมหาวิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตรต่าง ๆ ใน 8 คณะ โดยในปี 2013 มหาวิทยาลัยได้สร้าง Shell Technology Centre ในเมือง Thornton ซึ่งเป็นที่ตั้งของคณะ Engineering และ Technology นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังเป็นสถาบันของรัฐและได้รับการตรวจสอบคุณภาพเป็นประจำจากหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง ซึ่งมหาวิทยาลัยมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานการศึกษาที่มีระดับและมีคุณภาพสูง โดยมหาวิทยาลัยได้รับรางวัล Silver จากการจัดอันดับครั้งแรกของรัฐบาล Teaching Excellence Framework (TEF) ประจำปี 2017
2. Teesside University
ค่าเทอมเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 10,750 ปอนด์ หรือประมาณ 328,000 บาท ซึ่ง Teesside University ก่อตั้งในปี 1930 โดยใช้ชื่อว่า Constantine Technical College และได้รับวิทยฐานะในปี 1992 มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในเมือง Middlesbrough ทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ ห่างจากกรุงลอนดอนประมาณ 390 กิโลเมตร ถือเป็นมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Modern University ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจาก Times Higher Education Award และได้รับรางวัลด้านคุณภาพการสอนโดย National Teaching Fellowship อีกทั้งมหาวิทยาลัยยังมีหลักสูตรที่มีชื่อเสียงด้าน วิชาช่างและด้านวิชาชีพ นอกจากนี้ยังมีวิชาด้าน Forensic Science, Sport and Exercise, Computer Game Design และ Animation หลายหลักสูตรมีการฝึกงานพร้อมทั้งได้รับค่าตอบแทนระหว่างฝึกงาน
ค่าเทอมเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 11,500 ปอนด์ หรือประมาณ 500,300 บาท Glasgow Caledonian ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1993 ปัจจุบันมีนักศึกษามากกว่า 20,000 คน ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยสก๊อตแห่งแรกที่เปิดวิทยาเขตในลอนดอน อังกฤษ และนิวยอร์ก ซึ่งมหาวิทยาลัยมีความเชื่อโยงกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมทั้งการฝึกงาน ในหลาย ๆ หลักสูตรได้รับการรับรองจากสถาบันวิชาชีพ มหาวิทยาลัยมีหลักสูตร NHS healthare ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสก็อตแลนด์ มหาวิทยาลัยได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในหลักสูตร consumer protection, tourism management และ fashion marketing นอกจากนี้ยังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกและแห่งเดียวที่หลักสูตร business school ได้รับการรับรองผู้ให้บริการทางการเงิน 3 สถาบันและมีอิทธิพลที่สุดของโลก คือ Chartered Banker Institute (ธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดของโลก), Chartered Institute for Securities & Investment และ Institute of Operational Risk
6. York St John University
ค่าเทอมเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 11,500 ปอนด์ หรือประมาณ 500,300 บาท เป็นมหาวิทยาลัยที่น่าสนใจมากในเมือง York มีนักศึกษาเกือบ 6,000 คน แต่เป็นนักศึกษาผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ซึ่ง York St John เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของเมืองที่มีรากฐานมาจากช่วงทศวรรษที่ 1840 จาก York Diocesan Training School สำหรับการศึกษาครุศาสตร์นั่นเอง
7. London Metropolitan University
ค่าเทอมเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 11,800 ปอนด์ หรือประมาณ 513,000 บาท โดยมหาวิทยาลัย London Metropolitan ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 โดยการรวมกันของ University of North London และ London Guildhall University ถือเป็นมหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาชาวต่างชาติมากที่สุดในสหราชอาณาจักร โดยมีนักศึกษาจำนวน 7,000 คน จาก 155 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมหาวิทยาลัย London Metropolitan จะประกอบไปด้วย 4 คณะ และ Business School ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในกรุงลอนดอน โดยมีหลักสูตรหว่า 160 หลักสูตร สำหรับนักศึกษา 28,000 คน
8. The University of Suffolk
ค่าเทอมเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 13,000 ปอนด์ หรือประมาณ 565,000 บาท มหาวิทยาลัย Suffolk เพิ่งจะเปิดขึ้นมาเมื่อปี 2007 แต่มีนักศึกษาประมาณ 5,000 คน และส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิงเช่นกัน มีวิยทยาเขต 5 แห่ง และวิทยาเขตหลักอยู่ที่ Ipswich โดยเปิดสอนหลักสูตรในสาขา Arts, Business and Applied Social Science และHealth and Science โดยสาขา Arts, Business and Applied Social Science ประกอบไปด้วย 4 ภาควิชา ได้แก่ Art and Humanities; Children, Young People & Education, Psychology, Sociology & Social Work และ Suffolk Business School ส่วนสาขา Applied Social Science and Health ประกอบได้ด้วยภาควิชาต่าง ๆ ดังนี้ Health Studies, Nursing Studies และ Science & Technology
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังคงมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกับ FE College ทั้ง 4 ที่ใน Cumbria คือ Lakes College, Furness College, Carlisle College และ Kendal College ซึ่งนักศึกษาที่จบการศึกษาจากที่นี่สามารถที่จะสมัครเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ทั่วสหราชอาณาจักร